นักเขียน Ma Van Khang ผู้สร้างพลังที่คึกคักให้แก่วงการวรรณกรรมเวียดนาม

Phuong Thuy-VOV
Chia sẻ
(VOVworld)- นักเขียน มาวันค้าง เป็นหนึ่งในนักเขียนดีเด่น7คนในวงการวรรณกรรมเวียดนามที่ได้รับเสนอชื่อให้รับรางวัลโฮจิมินห์ครั้งที่4 โดยได้รับการประเมินว่าเป็นนักเขียนที่มีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างพลังชีวิตที่คึกคักให้แก่วงการวรรณกรรมยุคใหม่ งานเขียนแต่ละชุดของเขาแม้จะแสดงออกถึงอารมณ์ที่แตกต่างกันแต่ก็ล้วนแฝงไว้ซึ่งคติสอนใจเกี่ยวกับชีวิตและความรักระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
(VOVworld)- นักเขียน มาวันค้าง เป็นหนึ่งในนักเขียนดีเด่น7คนในวงการวรรณกรรมเวียดนามที่ได้รับเสนอชื่อให้รับรางวัลโฮจิมินห์ครั้งที่4 โดยได้รับการประเมินว่าเป็นนักเขียนที่มีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างพลังชีวิตที่คึกคักให้แก่วงการวรรณกรรมยุคใหม่ งานเขียนแต่ละชุดของเขาแม้จะแสดงออกถึงอารมณ์ที่แตกต่างกันแต่ก็ล้วนแฝงไว้ซึ่งคติสอนใจเกี่ยวกับชีวิตและความรักระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
นักเขียน Ma Van Khang ผู้สร้างพลังที่คึกคักให้แก่วงการวรรณกรรมเวียดนาม - ảnh 1
นักเขียน มาวันค้าง

นักเขียน มาวันค้าง มีชื่อจริงว่า Dinh Trong Toan แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนของชนกลุ่มน้อยในเขตเขาแต่ในงานเขียนของเขานั้น เขาก็ยังสงวนส่วนหนึ่งเพื่อเขียนเกี่ยวกับชีวิตในตัวเมือง เช่น ผลงานชื่อ mua mua Ha - หรือแปลว่าฝนในหน้าร้อน ที่พิมจำหน่ายในปี1982 ซึ่งได้สร้างความแปลกใหม่ให้แก่ผู้อ่านเนื่องจากแนวคิดใหม่ที่กล้าเปิดเผยและตำหนิอย่างรุนแรงในสิ่งที่ไม่ดีของสังคม จนสถาบันวรรณกรรมเวียดนามในสมัยนั้นได้จัดการเสวนาเกี่ยวกับผลงานดังกล่าวและแม้จะมีทั้งคนชอบหรือตำหนิในแนวการเขียนใหม่นี้แต่หลังจากนั้น ชื่อเสียงของมาวันค้างก็ถูกยืนยันอย่างมั่นคงในกระแสการพัฒนาวรรณกรรมเวียดนามสมัยใหม่ที่ไม่เพียงแต่มีความผูกพันธ์กับชีวิตชาวเขาเท่านั้นหากในนั้นมีทั้งวิถีชีวิตของชาวเมืองในช่วงเริ่มต้นกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ นักวิจารย์วรรณกรรม Luu Khanh Tho เผยว่า ดิฉันชอบเรื่องสั้น Seoly-ผู้ปลุกเร้าอารมณ์ความรัก ของมาวันค้างและอยากใช้คำนี้เพื่อพูดถึงมาวันค้าง เขาคือคนที่ปลุกเร้าอารมณ์ให้แก่วงการวรรณกรรมสมัยใหม่ของเวียดนาม เป็นคนที่มีส่วนร่วมสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนแปลงวรรณกรรมและนวนิยายเรื่องฝนในหน้าร้อนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตนักเขียนของมาวันค้าง ซึ่งดิฉันยังจำได้ว่า เมื่อเริ่มออกสู่สายตาผู้อ่าน นวนิยายเรื่องนี้ก็มีกระแสการตอบรับที่แตกต่างกัน.

ในช่วงเริ่มต้นปฏิบัติกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่นั้น นักเขียน มาวันค้าง ได้สร้างผลงานหลายเรื่องที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้อ่านเช่น Mua la rung trong vuon – หรือแปลว่า ฤดูไม้ผลัดใบในสวน ซึ่งหลังจากนั้นก็ถูกนำไปทำเป็นภาพยนต์ที่ได้รับการชื่นชมจากประชาชนและถือเป็นผลงานวรรณกรรมเปิดฉากแห่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่ แฝงไว้ซึ่งปรัชญาชีวิตที่ยังทรงคุณค่ามาตราบเท่าทุกวันนี้  สำหรับนักเขียน มาวันค้าง หัวข้องานเขียนจะมุ่งเน้นเรื่องชีวิตคน การต่อสู้ของมนุษย์เพื่อมุ่งสู่ความงามและความสมถะและจากเรื่องราวต่างๆนั้นผู้อ่านยังมองเห็นถึงเรื่องชีวิตบางส่วนของนักเขียนที่แฝงไว้ด้วย  เขาปรารถนาที่จะใช้ปลายปากกาสร้างคุณค่าแห่งวัฒนธรรมของมนุษย์ในความหมายที่กว้างใหญ่เขาเผยว่ามนุษย์ไม่เพียงแต่ช่วยเติมแต่งสีสันและออกดอกออกผลให้แก่ชีวิตที่สวยงามเท่านั้นหากยังต้องอยู่เพื่อทนรับความเจ็บปวดอีกด้วย เพื่อชีวิตเราก็ต้องต่อสู้และถ้ามีการต่อสู้ก็ต้องมีความเจ็บปวดและมีบาดแผล ผมไม่อยากได้อะไรมาอย่างง่ายๆ หากต้องแลกด้วยความสูญเสียแต่ในที่สุดผู้ที่ทำการต่อสู้เพื่อชีวิตนั้นก็ยังคงสามารถยืนยันถึงบุคลิกภาพของตนเองและนั่นคือความงดงาม.

นักเขียน Ma Van Khang ผู้สร้างพลังที่คึกคักให้แก่วงการวรรณกรรมเวียดนาม - ảnh 2
ผลงานที่เขารังสรรค์มาตลอดชีวิตมีประมาณหลายร้อยชิ้น

ตอนนี้ถึงแม้อายุจะมากแล้วและไม่แข็งแรงนักแต่พลังการเขียนและอารมณ์สุนทรีย์ของเขาก็ยังเหมือนเดิมและเขาก็มีผลงานใหม่อีก2ชิ้นที่เขียนในแนวคิดใหม่คือ Bong Dem หรือแปลว่า ยามมืดมนและ Ben Bo หรือแปลว่า จุดมุ่งหมายซึ่งได้กล่าวถึงชีวิตคนที่เต็มไปด้วยความผันผวน นักวิจารย์วรรณกรรม Lai Nguyen An กล่าวว่า ในกลุ่มนักเขียนร่วมสมัยกับนักเขียนมาวันค้างนั้น มีหลายคนได้เปลี่ยนอาชีพใหม่และมีหลายคนที่นานๆทีจะมีผลงานชิ้นหนึ่ง แต่สำหรับ มาวันค้าง เขายังคงพยายามค้นคว้าแสวงหาหัวข้อใหม่ๆเพื่อสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องและงานเขียนทุกชิ้นต่างก็ได้รับความสนใจจากผู้อ่านอย่างเข้มแข็ง.

ผลงานที่เขารังสรรค์มาตลอดชีวิตมีประมาณหลายร้อยชิ้นซึ่งรวมทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย บันทึกและงานเขียนที่มีคุณค่าและเรื่องราวต่างๆที่ระบุในงานเขียนแต่ละชิ้นต่างเป็นเรื่องที่เขาได้สัมผัสจึงถือเป็นประสบการณ์ที่จะเสริมสร้างให้แก่ความงดงามของภาษาและอารมณ์เพื่อสร้างเป็นผลงานที่หลากหลายจนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการเพิ่มพลังชีวิตใหม่ให้แก่วรรณกรรมเวียดนาม./.

Feedback