ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ช่อดอกบ๊วยสีขาวบริสุทธิ์ได้ผลิบานก่อนฤดูกาล แผ่ปกคลุมสีขาวไปทั่วเนินเขาของที่ราบสูงหมกโจว
|
ด้วยการดูแลเอาใจใส่และการประยุกต์ใช้เทคนิคการปลูกบ๊วยแบบกระจายฤดูของชาวบ้าน ผนวกกับสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย… นักท่องเที่ยวจึงไม่จำเป็นต้องรอจนถึงช่วงใกล้เทศกาลตรุษเต๊ต เพราะเมื่ออากาศเริ่มอุ่นขึ้นก็สามารถมาชมความงามของดอกไม้นี้ได้
|
สวนต้นไม้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงพักตัวในฤดูหนาวถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เปลี่ยนพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นจุด “เช็กอิน” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงต้นฤดูหนาว
|
ดอกไม้ยังไม่บานสะพรั่งเต็มทั้งเนินเขาเหมือนฤดูหลัก หากแต่แต่งแต้มเป็นช่อ เป็นริ้วบางเบา สร้างความงามอ่อนโยน นุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าของหมกโจว
|
พร้อมกับจังหวะแปรเปลี่ยนของธรรมชาติในช่วงนี้ ที่ราบสูงหมกโจวยังเปล่งประกายด้วยสีขาวและสีเหลืองอ่อนของดอกผักกาดก้านยาว
|
จากเมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงดินในเดือนกันยายน พอถึงเดือนธันวาคม ดอกผักกาดก้านยาวก็เบ่งบานสะพรั่ง ปกคลุมไหล่เขาราวกับพรมผืนอ่อนนุ่มบริสุทธิ์ มอบความสาวยงามแบบสงบและโรแมนติก
|
ไม่เพียงปลูกผักกาดเพื่อเก็บเมล็ดเหมือนในอดีต หากหลายบ้านก็ได้ปรับปรุงพื้นที่ไร่นาอย่างชาญฉลาด เปลี่ยนฤดูกาลแห่งดอกไม้ให้กลายเป็นจุดแวะพักที่น่าดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยว
|
ท่ามกลางสถานที่ที่มีผู้คนแวะเวียนมาเป็นจำนวนมาก ฟาร์มหลอยเตือย (Lỏi Tươi Farm) ในแขวงเวินเซิน ได้โดดเด่นขึ้นมาเป็นจุดหมายเด่น
|
เพื่อรักษาสีสันของดอกไม้ให้อยู่ตลอดฤดูหนาว เจ้าของสวนจึงไม่ปลูกพร้อมกันทั้งหมด แต่แบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซน ปลูกแบบเหลื่อมฤดูตามช่วงเวลา ส่งผลให้มีบางพื้นที่ที่กำลังบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวในเดือนธันวาคม และบางพื้นที่เพิ่งเริ่มออกดอกเพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่สากลและเทศกาลตรุษเต๊ต
|
พื้นที่ภายในสวนยังได้รับการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ จัดวางฉากย่อยต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมุมถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยว
|
จากฤดูกาลแห่งดอกไม้ ชาวบ้านได้ยกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สร้างเสน่ห์เฉพาะตัวให้กับเส้นทางการสำรวจ “หมกโจว – จุดหมายปลายทางธรรมชาติระดับแนวหน้าของโลก”
|