สถานประกอบการเวียดนามแปรความลำบากเป็นโอกาสในสภาวการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19

Thanh Trung - Vinh Phong - VOV
Chia sẻ
(VOVWORLD) - การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 กำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตและประกอบธุรกิจของสถานประกอบการเกือบทุกแห่ง แต่นี่ก็ถือเป็นโอกาสให้สถานประกอบการหาโอกาสใหม่และทิศทางต่างๆเพื่อพัฒนาต่อไป โดยเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงรูปแบบการประกอบธุรกิจใหม่และปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19
สถานประกอบการเวียดนามแปรความลำบากเป็นโอกาสในสภาวการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 - ảnh 1

ในไตรมาสแรกของปี 2020 เวียดนามมีสถานประกอบการประมาณ 35,000 แห่งที่ต้องถอนตัวออกจากตลาด ยุติการดำเนินงานหรือล้มละลายเนื่องจากโรคโควิด -19 และนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่จำนวนสถานประกอบการจัดตั้งใหม่ต่ำกว่าจำนวนสถานประกอบการที่ต้องถอนตัวออกจากตลาด ผลการสำรวจเมื่อเร็วๆนี้ของหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนามหรือ VCCI ปรากฎว่า มีสถานประกอบการถึงร้อยละ 80 ที่รายได้จะลดลงเมื่อเทียบกับปี 2019

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีสถานประกอบการหลายแห่งสามารถหาตลาดใหม่ให้แก่ผลิตภัณฑ์ เช่น เครือบริษัท Amaccao ซึ่งมีสาขา 21 แห่งที่ประกอบธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งถ้าหากการบริการลดลงแต่การประกอบธุรกิจในด้านอื่นๆ ยังคงพัฒนาอย่างเข้มแข็ง โดยทางบริษัทได้เปลี่ยนมุมมองเพื่อหาทิศทางใหม่ในการพัฒนาตลาดภายในประเทศจึงประสบความสำเร็จในเบื้องต้น นายโตวันเหญิด ผู้อำนวยการเครือบริษัท Amaccao กล่าวว่า“เราลงทุนพัฒนาเครื่องจักรเพื่อใช้โอกาสนี้ได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคค่อยๆกลายเป็นลูกค้าและมีความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ของเรา ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมเพื่อสร้างความไว้วางใจกับลูกค้า นี่คือวิธีที่เรากำลังปฏิบัติเพื่อยืนยันสถานะ”

ในสภาวการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 สถานประกอบการเวียดนามยังมีความคิดสร้างสรรค์ มีการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการหาแหล่งจัดสรรวัตถุดิบ วิธีการและรูปแบบการผลิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและการเข้าถึงตลาด โดยในระยะสั้นสถานประกอบการพยายามลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายให้เหลือน้อยที่สุด ส่วนในระยะยาว สถานประกอบการจะพยายามเข้าถึงนโยบายสนับสนุนของรัฐเพื่อรักษางานทำให้แก่แรงงาน ซึ่งก็เป็นการรักษาทรัพยากรมนุษย์ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูการผลิตและการพัฒนาธุรกิจหลังโควิด

นาย เหงียนด่งห่า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของเครือบริษัท Vietchem Corporation กล่าวว่า: เมื่อสถานประกอบการประสบปัญหาด้านตลาด ควรส่งเสริมการรณรงค์ “ชาวเวียดนามให้ความสนใจใช้สินค้าเวียดนาม” เพื่อเปิดตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ช่วยให้สถานประกอบการอยู่รอดและเติบโตได้ในอนาคต “ เมื่อตลาดส่งออกพบอุปสรรคเหมือนปัจจุบัน การธำรงและส่งเสริมการส่งออกเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เราต้องคำนึงถึงการส่งเสริมในระยะยาว ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือตนเอง สถานประกอบการควรให้ความสนใจถึงการพัฒนาตลาดภายในประเทศเพื่อเป็นพื้นฐานพัฒนาในระยะยาว แม้ประสบอุปสรรคต่างๆ แต่สถานประกอบการก็จะเห็นโอกาสใหม่ๆ จึงต้องปฎิรูปสถานประกอบการให้ดีขึ้นเพื่อแปรความท้าทายให้เป็นโอกาสที่ดีนำสถานประกอบการผ่านพ้นจากวิกฤตินี้”

ส่วนนาย หวูเตี๊ยนหลก ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนามหรือวีซีซีไอแสดงความคิดเห็นว่า ในสภาวการณ์ที่ยากลำบากนี้ สถานประกอบการและนักธุรกิจแต่ละคนต้องพยายามมากขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนแปลงวิธีการค้าขายและตลาดส่งออก “ สถานประกอบการควรช่วยเหลือตัวเองก่อน สิ่งที่สำคัญคือต้องพยายามประหยัดต้นทุน สองคือพยายามเข้าถึงนโยบายสนับสนุนของรัฐเพื่อรักษางานทำให้แก่แรงงานเพราะนี่คือเงื่อนไขที่สำคัญให้สถานประกอบการพัฒนาในภายหลัง  ควบคู่กันนั้น สถานประกอบการต้องปรับโครงสร้างในการบริหาร การจัดการตลาด โดยเฉพาะต้องประยุกต์ใช้ระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพการทำธุรกิจ”

ควบคู่กับความพยายามของชมรมสถานประกอบการ รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศงบมูลค่า10.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและ1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อแก้ไขอุปสรรคให้แก่สถานประกอบการในการผลิตและประกอบธุรกิจ พร้อมทั้งรักษาสวัสดิการสังคมเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19.

คำติชม