เกษตรกรนำสินค้าเกษตรขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

Công Luận / VOV5
Chia sẻ
(VOVWORLD) - ปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดบั๊กก่าน จำนวนรูปแบบเศรษฐกิจภาคครัวเรือนและสหกรณ์ที่มีสตรีชนกลุ่มน้อยเป็นเจ้าของเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังรู้จักศึกษาเรียนรู้เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อนำสินค้าเกษตรต่างๆ ของท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจเกือบทุกภาคส่วน รวมถึงกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปและใช้ประโยชน์จากการเกษตรและป่าไม้ของชุมชนชาวเขา

สำหรับสหกรณ์การเกษตร เตินแถ่ง ในหมู่บ้านชาวเย้า เตินแถ่ง ตำบล นงเถื่อง เมืองบั๊กก่าน ที่มุ่งเน้นในการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากขมิ้นชัน การนำสินค้าไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงในช่วงเว้นระยะห่างทางสังคมถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่หลังจากสามารถปรับตัวได้ สมาชิกในสหกรณ์ เตินแถ่ง ก็ได้ศึกษาวิธีการนำข้อมูลเข้าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย การสร้างหน้าร้านบนแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์และเน้นพัฒนาสินค้าบนเว็บไซต์ นาง เหงวียนถิโห่งมิงห์ ผู้อำนวยการสหกรณ์การเกษตร เตินแถ่ง เผยว่า “พวกเราได้สร้างเว็บไซต์ตั้งแต่ปี 2018 ควบคู่กับการส่งเสริมการค้าและการตลาดรูปแบบอื่นๆ ซึ่งต่างก็มีความสำคัญอย่างมากต่อการนำเสนอและจำหน่ายสินค้า ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พวกเราได้หันมาใช้เว็บไซต์แทนการเดินทางนำสินค้าไปแนะนำแก่ลูกค้าโดยตรง โดยพวกเราสามารถจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์หรือผ่านบริษัทขนส่งสินค้าอื่นๆ ที่มีบริการแบบส่งด่วนหลังได้รับคำสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์”

เกษตรกรนำสินค้าเกษตรขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ - ảnh 1นำสินค้าเกษตรขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (ภาพจาก backan.gov.vn)

ส่วนการที่สหกรณ์การเกษตร เทียนอาน ในตำบล วีเฮือง อำเภอ แบกโทง มีความประสงค์จะขยายตลาดของผลิตภัณฑ์สบู่สมุนไพรและหมอนสมุนไพรเพื่อสุขภาพก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพี่น้องสตรีในพื้นที่เขตเขาแห่งนี้ ดังนั้น พวกเขาจึงได้เชิญเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและการตลาด เป็นต้น ซึ่งช่วยทำให้การขยายตลาดไปยังจังหวัดอื่นๆ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นาง ลิ้ถิเกวียน จากสหกรณ์การเกษตร เทียนอาน อำเภอ แบกโทง เผยว่า “สินค้าของพวกเราเป็นที่รู้จักทั้งภายในและต่างประเทศ โดยยอดใบสั่งซื้อได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งช่วยสร้างรายได้และปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้น”

ปัจจุบัน ในจังหวัด บั๊กก่าน มีสหกรณ์การเกษตร รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจำนวนหลายสิบแห่งที่มีพี่น้องสตรีชนกลุ่มน้อยเป็นเจ้าของกิจการ โดยพวกเขาสามารถตามทันกระแสของตลาดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้วยความขยันหมั่นเพียร นาง เหงวียนถิฮวาน ผู้อำนวยการสหกรณ์ผลิตวุ้นเส้น ต่ายฮวาน ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มส่งออกสินค้าเกษตรของจังหวัดบั๊กก่านไปยังตลาดยุโรป เผยว่า “ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมการฝึกอบรมหลายหลักสูตรของหน่วยงานและสำนักงานต่างๆ รวมถึงการนำสินค้าของตนเองมาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สำหรับดิฉัน เทคโนโลยีในยุค 4.0 มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ”

นอกจากนี้ ความสำเร็จของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อนำผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดก็มีส่วนช่วยปรับเปลี่ยนการรับรู้ทางสังคมเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในการพัฒนาเศรษฐกิจ นาง ลิ้ถิบา ผู้อำนวยการสหกรณ์การเกษตร เตินเซิน เผยว่า “ในช่วงแรก พวกเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เนื่องจากชาวเย้าในพื้นที่เขตเขาแห่งนี้มีความเชื่อว่า สามีต้องเป็นฝ่ายหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนภรรยาต้องเชื่อฟังและไม่มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องเงิน แต่หลังจากที่พวกเราได้จัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมาและประสบผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ผู้ชายก็ให้การสนับสนุนและสมัครเข้าร่วมสหกรณ์เป็นจำนวนมาก”

ทั้งนี้ หลังจากที่ ทางการจังหวัด บั๊กก่าน ได้จัดทำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ บรรดาพี่น้องสตรีที่เป็นเจ้าของสหกรณ์การเกษตรจำนวนมากได้ให้ความสนใจเข้าร่วมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซดังกล่าว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการนำสินค้าเกษตรของจังหวัดให้เข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกสำหรับบทบาทของเกษตรกรและสตรีในพื้นที่เขตเขาในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่น.

คำติชม