เวียดนาม-ลาวหารือถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือในอีก10ปีข้างหน้า

Chia sẻ
(VOVWORLD) - เมื่อเช้าวันที่ 4 มกราคม ณ กรุงฮานอย นายกรัฐมนตรีเหงวียนซวนฟุกและนาย ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาวได้เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 42 คณะกรรมการร่วมรัฐบาลเวียดนาม-ลาว
เวียดนาม-ลาวหารือถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือในอีก10ปีข้างหน้า - ảnh 1นายกรัฐมนตรีเหงวียนซวนฟุกและนาย ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว (VNA) 

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีเหงวียนซวนฟุกได้เผยว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประสบความสำเร็จในความร่วมมือในทุกด้านในปี 2019 โดยเฉพาะการค้าและการลงทุน เวียดนามเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศที่มียอดเงินลงทุนในประเทศลาวมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการค้าต่างตอบแทนอยู่ที่ 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงและการต่างประเทศได้รับการผลักดัน

สำหรับแนวทางความร่วมมือในเวลาข้างหน้า นายกรัฐมนตรีเหงวียนซวนฟุกได้เผยว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะปฏิบัติแถลงการณ์ร่วมและข้อตกลงระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงข้อตกลงในการประชุมครั้งนี้และมาตรการต่างที่เป็นรูปธรรม“ทั้ง2ฝ่ายจะกระชับความสัมพันธ์ด้านการเมือง การต่างประเทศ ความมั่นคงและกลาโหมให้พัฒนาเข้าสู่ส่วนลึก ส่งเสริมมูลค่าการค้าต่างตอบแทนในปี 2020 ให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 10- 15 ขยายการเชื่อมโยงและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบบคมนาคมขนส่ง พลังงาน การบริหารจัดการและใช้แหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เวียดนามจะซื้อไฟฟ้าของลาวไว้ใช้ที่ประมาณ 2000-5000 เมกะวัตต์เพื่อผลักดันการพัฒนาพลังงานของลาว ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือและประสานงานในการจัดทำยุทธศาสตร์ความร่วมมือในอีก 10ปีข้างหน้า”

บนพื้นฐานของความสัมพันธ์พิเศษและความไว้วางใจกัน นายกรัฐมนตรี เหงวียนซวนฟุกได้เผยว่า ทั้งสองฝ่ายให้การสนับสนุนกันในองค์การและฟอรั่มระดับภูมิภาคและโลก เช่น อาเซียน เอเปกและอาเซม ส่วนนายกรัฐมนตรีลาวได้ยืนยันว่า การประชุมของคณะกรรมการร่วมรัฐบาลเวียดนาม-ลาวได้ประสบความสำเร็จ “ผลการประชุมนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจระหว่างกันผ่านการหารืออย่างตรงไปตรงมาและจริงจัง ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับปัญหาด้านกลาโหม ความมั่นคง การต่างประเทศ การค้า การลงทุน สังคม ความร่วมมือระหว่างท้องถิ่นต่างๆ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ 9 ฉบับในหลายด้าน พร้อมทั้ง เห็นพ้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใหม่วิธีการปฏิบัติโครงการต่างๆที่รัฐบาลทั้งสองประเทศได้เห็นพ้อง”.

คำติชม