วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต

Chia sẻ
(VOVWORLD) - หลังการซ่อมแซมเป็นเวลาหลายปี วังเกี๊ยนจุง ณ พระราชวังชั้นในของกรุงเก่าเว้จะเปิดประตูให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ตปีมะโรงนี้

 

วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 1วัง เกี๊ยนจุง ตั้งอยู่ภายในป้อมปราการต้องห้าม ตื๋อเกิ็มแถ่ง ซึ่งได้รับการก่อสร้างช่วงปี 1921-1923 เป็นพระราชวังของพระกษัตริย์ ขายดิ๋ง
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 2วังเกี๊ยนจุงมีลักษณะของทั้งสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส อิตาลีและเวียดนาม น่าเสียดายที่ได้ถูกทำลายทั้งหมดจากสงครามเมื่อปี 1947
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 3เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นาย หว่างเหวียดจุง ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์อนุรักษ์มรดกกรุงเก่าเว้ประกาศว่า โครงการซ่อมแซมโบราณสถานพระราชวังเกี๊ยนจุง ได้เสร็จเรียบร้อย
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 4เมื่อปี 2019 ทางศูนย์ฯ เริ่มได้รับการซ่อมแซม โดยยอดเงินลงทุนกว่า 1 แสน 2 หมื่น 3 พันล้านด่ง หลังการซ่อมแซมเป็นเวลาหลายปี พระราชวังเกี๊ยนจุงได้เปิดให้บริการในช่วงตรุษเต๊ตปีมะโรง 2024 
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 5วังเกี๋ยนจุง เป็นสถานที่สววรคตของพระกษัตริย์ ขายดิ๋ง เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนปี 1925
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 6ในบันไดขึ้นชั้น 2 มีการจัดแสดงเฉพาะชั้น 1 เท่านั้น ส่วนชั้น 2 จะเปิดให้บริการในช่วงหลัง
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 7ความงดงานภายใน
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 8มีการจัดแสดงสิ่งของวัตถุที่เกี่ยวข้องถึงประวัติศาสตร์ของพระราชวังฯ
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 9ภาพถ่ายและสิ่งของวัตถุของพระกษัตริย์ ขายดิ๋ง ซึ่งถูกจัดแสดงในชั้น 1
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 10ราชยานคานหามของพระกษัตริย์ ขายดิ๋ง
วังเกี๋ยนจุงเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวในช่วงตรุษเต๊ต - ảnh 11นาย จุง เผยต่อไปว่า " ในช่วงตรุษเต๊ตปีมะโรง 2024 พระราชวังฯ จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวครั้งแรก โดยจะมีการจัดแสดงสิ่งของวัตถุต่างๆ และมีการบรรยายเรื่องราวที่เกี่ยวข้องต่างๆ พร้อมทั้งจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่เป็นของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยว".

Lê Huy Hoàng Hải/VOV.VN

คำติชม